ถ้าวันหนึ่งคุณอยากกินเค้กหลายๆ ชิ้นพร้อมกัน แต่ไม่อยากอบทุกอย่างเอง คุณจะทำอะไร Elisa Sunga ตอบคำถามนั้นด้วยการสร้างอีเวนต์ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วโลก
.
Elisa Sunga อายุ 35 ปี ทำงานเป็น Senior UX Program Manager ที่ Google มาตลอด เธอเริ่มหัดทำขนมในช่วงโควิดเหมือนคนอีกหลายล้านคน และตกหลุมรักมันทันที แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ เธอไม่ได้หยุดอยู่แค่การทำขนมคนเดียวในครัว
.
ราวหนึ่งปีที่ผ่านมา ความคิดง่ายๆ โผล่ขึ้นมาในหัวเธอ ว่าจะดีแค่ไหนถ้ามีงานที่ทุกคนต้องพาเค้กมาทั้งก้อน แล้วทุกคนก็ได้กินเค้กร้อยแบบในที่เดียวกัน เธอโพสต์ประกาศเชิญชวนลงอินสตาแกรม คิดว่าจะมีคนมาสักสิบห้าคน
.
ผลที่ออกมาคือ ตัวเลขการจอง พุ่งขึ้นครั้งละ 50, 100, 150, 200 จนปิดที่ 300 คน
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Cake Picnic งานปิกนิกที่มีกฎข้อเดียวคือ “ไม่มีเค้ก ไม่มีสิทธิ์เข้างาน”
.
งาน Cake Picnic ครั้งแรกจัดขึ้นในเดือนเมษายน 2024 ที่ซานฟรานซิสโก มีเค้กมากถึง 183 ก้อน จากนั้น Elisa พา Cake Picnic ไปทัวร์ที่ลอสแองเจลิสและนิวยอร์ก ก่อนจะกลับมาจัดรอบสองที่ซานฟรานซิสโกอีกครั้งในช่วงปลายปี
.
จุดเปลี่ยนที่ทำให้ทุกอย่างระเบิดคือ งานในเดือนมีนาคม 2025 ที่ Legion of Honor ในซานฟรานซิสโก งานนั้นมีเค้กถูกนำมาและถูกชิมมากถึง 1,300 กว่าก้อน ยอดผู้ติดตามอินสตาแกรมของ Cake Picnic พุ่งจาก 20,000 คน ไปสู่กว่า 100,000 คน ภายในเวลาแค่วันเดียว Elisa เล่าว่า “มันเปลี่ยนเกมของ Cake Picnic ไปเลย”
.
ตอนนี้ Cake Picnic จัดไปแล้ว 7 งาน มีเค้กรวมกันกว่า 3,500 ก้อน และเพิ่งจัดงานต่างประเทศครั้งแรกที่ลอนดอนในเดือนกรกฎาคม โดยมีคนนำเค้กมากว่า 400 ก้อน
.
คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรทำให้ผู้คนหลายร้อยคนยอมเสียเวลาอบเค้กทั้งก้อน แล้วพามันไปแชร์กับคนที่ไม่รู้จัก Elisa บอกว่ามันคือประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น “คุณได้เห็นเค้กหลายร้อยก้อนพร้อมกัน ได้ชิมเค้กมัทฉะ เค้กราสพ์เบอร์รี เค้กอูเบะ เค้กช็อกโกแลต ภายในสามนาที มันเป็นประสบการณ์บุฟเฟ่ต์เค้กที่คุณแทบไม่มีโอกาสได้เจอที่ไหน”
.
นอกจากนั้น งานนี้ยังดึงชุมชนนักอบขนมมารวมกัน ตั้งแต่มือใหม่หัดอบไปจนถึงเชฟขนมระดับมืออาชีพ ทุกคนมาด้วยเหตุผลเดียวกันคือรักเค้ก
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ Elisa ไม่ได้ทิ้งงาน Google ไปเลย เธอทำ Cake Picnic ในช่วงเย็นและวันหยุดสัปดาห์ละไม่กี่ชั่วโมง โดยมี Danny Knight พาร์ทเนอร์และผู้ร่วมก่อตั้ง รวมถึงเครือข่ายเพื่อนและอาสาสมัครทั่วสหรัฐฯ ช่วยกันดูแล
.
ด้านรายได้ เธอตั้งราคาบัตรมาตรฐานที่ 990 บาท (30 ดอลลาร์) ต่องาน เพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้ตัวเองและ Danny แม้เธอจะยังไม่เปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน กำไรที่เหลือ เธอตั้งใจลงทุนกลับสู่ชุมชนการอบขนม เช่น การจ้างศิลปินมาสร้างผลงานพิเศษสำหรับงาน
.
แม้ตั๋วงาน LA รอบล่าสุดขายหมดในพริบตา และมี waiting list ยาวถึง 11,000 คน แต่ Elisa ยังไม่คิดจะทำมันเป็นงานเต็มเวลา เธอเล่าว่า “ถ้าฉันทำมันเต็มเวลา สิ่งที่ฉันรู้สึกต่องานจะเปลี่ยนไป แทนที่จะตื่นเต้นกับการกินเค้กและพบเพื่อนใหม่ มันจะกลายเป็นความกดดันว่าจะทำให้มันโตได้ยังไง”
.
แผนต่อไปของ Cake Picnic คือการทัวร์ไปที่ Minneapolis, ซานฟรานซิสโก และนิวยอร์กในช่วงปลายปีนี้ พร้อมเป้าหมายระยะยาวในการขยายทีมเพื่อรองรับการจัดงานระดับนานาชาติ
.
ไม่จำเป็นต้องมีแผนธุรกิจ 100 หน้า หรือเงินลงทุนก้อนใหญ่ เพื่อสร้างสิ่งที่คนหลายพันคนอยากเป็นส่วนหนึ่ง บางครั้งทุกอย่างเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “ฉันอยากได้อะไร และมีคนอื่นอยากได้แบบเดียวกันไหม”
.
Elisa บอกว่า “เรามีตัวเลือกมากมายว่าจะทำอะไรกับเวลาของเรา มีคอนเสิร์ต มีดินเนอร์ มีบรันช์ มีการนอนเฉยๆ อยู่บ้าน และมันเป็นเกียรติอย่างมากที่คนเลือกจะมา Cake Picnic”
.
.
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
.
#Business
#100WEALTH
#ไปให้ถึง100ล้าน




