ส่อง 10 อาชีพมาแรงในยุคบิสซิเนสดิสรัปชั่น

ส่อง 10 อาชีพมาแรงในยุคบิสซิเนสดิสรัปชั่น
แมนพาวเวอร์กรุ๊ป” ในฐานะที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญตลาดแรงงานเชิงนวัตกรรมชั้นนำระดับโลกได้ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่างประมาณ 1,246 คน จากแรงงานในหลายอาชีพว่ามีกลุ่มอาชีพ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของแรงงานในยุคที่เรียกได้ว่า “การหยุดชะงักทางธุรกิจ” หรือ “Business Disruption”
สำหรับกลุ่มอาชีพและสายงานที่ขึ้นมาเป็นอันดับแรกคือ  กลุ่มอาชีพอิสระร้อยละ 12.76 กลุ่มนี้ประกอบด้วยคนทำงานประจำที่ต้องการทำงานเสริมเพื่อสร้างรายได้เพิ่มเติมช่วงโควิด-19 ตลอด 4  เดือนที่ผ่านมาองค์กรปรับรูปแบบการทำงาน Work from Home ทำให้มีการจัดสรรเวลาโดยการทำงานที่เป็นอาชีพอิสระที่นำความรู้มาต่อยอดเป็นการสร้างโอกาสและรายได้ควบคู่กัน
ตามมาด้วย

อันดับสองกลุ่มอาชีพโลจิสติกส์, ซัพพลายเชนส์ การขนส่งเดลิเวอรี่ คิดเป็นร้อยละ 10.32 นับว่าเป็นช่วงเวลาที่กลุ่มดังกล่าว มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะการซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น


อันดับที่สามกลุ่มที่ใช้ภาษาต่างประเทศ คิดเป็นร้อยละ 10.29 โดยเฉพาะภาษาที่ 2 และ 3 อาทิเช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น เป็นต้น 
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า

อันดับที่สี่ กลุ่มอาชีพค้าขายออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซคิดเป็นร้อยละ 9.61 นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ได้รับอานิสงค์จากสถานการณ์นี้ 


อันดับห้า กลุ่มงานที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์คนอยู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 8.82 โดยเฉพาะกลุ่มงานด้านบริการที่บ้าน (Service at home)  เนื่องจากในช่วงที่คนทำงานอยู่ที่บ้าน 
นอกจากทำงานแล้วทำให้มีความต้องการบริการต่างๆที่บ้านเพิ่มมากขึ้น อาทิ
งานซ่อมแซมบ้าน งานบริการตัดผม เป็นต้น


อันดับหก กลุ่มงานในการให้บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ คิดเป็นร้อยละ 7.35เป็นรูปแบบการทำงานมีทั้งทางโทรศัพท์ และการตอบทางช่องทางแชท ทำให้การให้บริการและตอบคำถามลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น


งานกลุ่มสุขภาพและยา ก็ตามมาเป็นอันดับที่เจ็ด คิดเป็นร้อยละ 5.88 รวมถึงกลุ่มงานทางการแพทย์  หมอ พยาบาลและงานด้านการดูแลผู้สูงอายุ ที่สอดรับกับทิศทางของสังคมสูงอายุที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน

อันดับแปด กลุ่มอาชีพงานสอนในรูปแบบอี-เลิร์นนิ่ง  (E-Learning) คิดเป็นร้อยละ 5.63 มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตปกติใหม่ (New Normal) 

อันดับที่เก้าเป็นงานด้านไอที (Information Technology)  คิดเป็นร้อยละ 4.41 กลุ่มนี้มีความต้องการสูง เนื่องจากต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง อาทิเช่น กลุ่มงานทางด้านเน็ตเวิร์คและงานไอทีซัพพอร์ต


สุดท้ายกลุ่มงานด้านการตลาดทั้งออนไลน์ออฟไลน์ คิดเป็นร้อยละ 4.39 เป็นส่วนงานที่ต้องใช้ทักษะและการสื่อสารทางการตลาด  โดยเฉพาะการสื่อสารในช่วงการแพร่ระบาดที่ต้องสื่อสารด้วยความเข้าใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายด้วยวิธีการต่างๆเชื่อมั่นว่าในวิกฤตครั้งนี้จะเป็นการสร้างโอกาสให้กับแรงงานได้เห็นถึงทิศทาง  การปรับตัวดั่งคำที่กล่าวไว้ว่าทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส


แหล่งที่มาข่าว