ตอนนี้ทุกคนที่อยากสร้างธุรกิจหรืองานของตัวเองมักเจอกับกำแพงเดิมซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นการไม่รู้จะเข้าหาคนใหญ่คนโตได้อย่างไร ไม่มีคอนเนกชัน หรือไม่รู้ว่าไอเดียที่มีอยู่มันดีพอสำหรับใครสักคนหรือเปล่า
.
Simon Squibb คือนักธุรกิจและ Content Creator ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.35 ล้านคนบน YouTube ซึ่งตลอดชีวิตเขาสร้างธุรกิจมาแล้วหลายสิบแห่ง และมีพันธกิจส่วนตัวที่ชัดเจนคือช่วยให้คนธรรมดาสามารถเปลี่ยน “ความฝัน” ให้กลายเป็นความจริงได้
.
แล้ววันหนึ่ง เขาตัดสินใจพา “ความฝันนั้น” ไปขายให้กับชายที่ใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในโลกอินเทอร์เน็ต อย่าง MrBeast คำถามที่น่าคิดกว่าคือ เขาเข้าถึง MrBeast ได้ยังไง ในเมื่อคนอื่นอีกนับล้านพยายามทำแบบเดียวกันแต่ล้มเหลว
.
เขาเล่าว่าจุดเริ่มต้นของทุกอย่างไม่ได้เริ่มจากการส่งอีเมลหาทีมงาน ไม่ได้เริ่มจากการฝากคนรู้จักช่วยแนะนำ แต่เริ่มจากการตัดสินใจ “ปรากฏตัว” ในงานที่เขารู้ว่า MrBeast น่าจะอยู่ที่นั่น
.
เขาบอกว่าสิ่งแรกที่เขาทำคือการรับมือกับ Gatekeeper หรือคนที่คอยคัดกรองก่อนถึงตัว MrBeast โดยแทนที่จะพยายามข้ามหรือหลีกเลี่ยง เขาเลือกที่จะ “ให้เกียรติ” คนๆ นั้น ยื่นมือจับ แนะนำตัวอย่างจริงจัง และปฏิบัติกับเขาเหมือนเป็นคนสำคัญที่สุดในห้อง เพราะในทางปฏิบัติเขาคือคนสำคัญที่สุดในขณะนั้น
.
เมื่อ Gatekeeper บอกว่า “มาใหม่พรุ่งนี้” Simon ไม่ยอมรับคำนั้น เขาบอกตรงๆ ว่า “ผมต้องกลับพรุ่งนี้แล้ว ขอแค่สองนาทีได้ไหม” ประโยคนั้นสร้างความเร่งด่วนโดยไม่ได้โกหก และนั่นทำให้เขาได้รับโอกาส
.
พอได้เจอ MrBeast เขาไม่ได้เปิดด้วยการ Pitch ยาวๆ แต่เขาใช้ “เกมนิ้วหัวแม่มือ” เป็นตัว Break the Ice ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายก่อน แล้วค่อยเสนอไอเดียอย่างตรงไปตรงมาในเวลาไม่กี่นาที
.
ไอเดียนั้นคือ โปรเจกต์ที่ Simon จะรวบรวมความฝันจำนวน 1,000 ความฝันจากคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ แล้ว MrBeast จะสนับสนุนเงิน 1 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 32 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนความฝันเหล่านั้นให้เป็นจริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกบันทึกเป็น Content ที่ทรงพลัง
.
MrBeast ตอบตกลงทันที
.
สิ่งที่ทำให้ Simon ปิดดีลได้ไม่ใช่ Pitch Deck ที่สวยงาม ไม่ใช่เครือข่ายพิเศษ และไม่ใช่โชค แต่คือการที่เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า MrBeast ต้องการอะไร นั่นคือ Content ที่มีพลัง มีอารมณ์ และสร้าง Impact ต่อคนจำนวนมาก ซึ่งโปรเจกต์ “1,000 Dreams” ตอบโจทย์ทั้งหมดนั้นในครั้งเดียว
.
Simon ยังบอกว่าบทเรียนที่สำคัญที่สุดจากเรื่องนี้คือ “Luck is when preparation meets opportunity” โชคไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นลอยๆ แต่มันเกิดเมื่อคุณเตรียมตัวพอแล้วและยังกล้าที่จะก้าวออกไปตรงหน้าโอกาสนั้นจริงๆ
.
ถ้าคุณมีไอเดียที่ดีแต่ยังรอให้ถึงวันที่ “พร้อม” ก่อนจะลงมือ คำถามคือ คุณกำลังเตรียมตัวอยู่จริงๆ หรือแค่กำลังผลัดวันประกันพรุ่งในชื่อของความพร้อม
.
.
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
.




